2009/Oct/26

หมายเหตุก่อนอ่าน :: เนื่องจากเนื้อหาของเอนทรี่นี่มีความยาวถึง 12 หน้ากระดาษ A4 ผมจึงของแบ่งเป็นไตรภาค (อิอิ) เป็น ก่อนทำ ทำ แล้ว หลังทำ นะฮะ

 ======================================  

           ก่อนที่จะเข้าเนื้อหาของเอนทรี่นี้ ผมคงต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า เอนทรี่ที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์ของตัวผมเอง ซึ่งจะเล่าให้ฟัง สมัยตอนที่ทำเฮอบาไลฟ์ อยู่ นอกจากนั้นก็ยังมีมุมมองและแง่คิดต่างๆ สำหรับคนที่คิดจะเริ่มทำMLM ด้วยครับ เพราะฉะนั้นขอให้ทุกท่าน เสพอย่างมีวิจารณญาณ นะครับ^^

         เย็นวันหนึ่งของมิถุนายน 2548 ผมเลิกเรียนและใช้ชีวิตตามปกติของเด็กมหาลัยที่มาเช่าหออยู่ หลังจากทำกิจวัตรประจำวันเสร็จ คุณรู้ไหมครับว่าผมทำอะไร (ถ้าเป็นเด็กหอคงรู้แน่) แน่นอนครับ หลังจากว่างเว้นจากตำราและงานที่ได้รับมอบหมายก็คงไม่พ้นเล่นเน็ตและเล่นเกม เหมือนกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเลยหล่ะ ฮ่ะๆ

     ระหว่างนั่งรอเพื่อนที่นัดกันจะไปเล่นแรค (เถื่อน555+) ผมก็ลั่ลล้ากับชีวิต เอนจอยกะการเล่นเน็ท ผมจิ้มๆๆๆ ไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปจ๊ะเอ๋กับเบนเนอร์โฆษณาชิ้นหนึ่งเข้าให้ (มันมีของครับมันมีของ)

+++++++++++++++++++++++++++++++

           เนื้อหาโฆษณาก็คือการ ทำงานพาร์ทไทม์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ท  เพียงวันละ2-3 ชม./วัน ด้านล่างก็มี คน 3-4 คน ยิ้มแก้มแทบปริพร้อมมีตัวเลขรายได้ต่อเดือนกำกับไว้ 

            ผมมันเป็นพวกอยากลองดีเสียด้วยอยากรู้ว่ามันโม้อ๊ะเปล่า หลอกกรูป่าววะ ผมก็เลยลองของไป (ไปๆ มาๆ กลับโดนของเสียเองเอิ๊กๆ)

            พอจิ้มเบนเนอร์ปุ๊บ มันก็ลิงค์ไปยังหน้าต่อไปซึ่งให้กรอกแบบสอบถามเล็กน้อย พร้อมทั้งข้อมูลส่วนตัว (ชื่อ-สกุล ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อกลับ) ในเมื่อเขาขอมาผมก็จัดให้สมใจเขาไป

+++++++++++++++++++++++++++

            10 วันล่วงเลยผ่านไป มีเบอร์โทรศัพท์ลึกลับติดต่อเข้ามา ติดต่อตูก็ดันเจือกใช้PCT ด้วยนะ (เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าPCT สัญญาณเน่ากว่า น้องส้มออเร้นจ์ อีกง่ะ- -")

         ระหว่างคุย เขาก็จะสอบถามข้อมูลของเราว่างตรงกะไอ้ที่ลงไปอ๊ะป่าว เมื่อตรงก็ยืนยันนัดแนะวันเวลาเข้าห้องเชือดเบื้องต้น?

        ฟังเสร็จเสียอีก 300 ค่าเข้าไปฟังทั้งวัน ก็จ่ายให้เค้าไป แล้วรอเข้าห้องเชือดหมู่?

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

               ครึ่งเช้าจะฟังเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ช่วงบ่ายจะเป็นเรื่องแผนการตลาด แล้วระหว่างนั้นมันก็จะบิวด์อารมณ์ตลอด (ในใจตอนนั้นคิดว่าเอ็งจะบิวด์อะไรนักหนาวะ) และแล้วก็ได้เวลาเชือดของจริง? (ขยันเชือดจริงๆ)

              เมื่อการบรรยายตอนเย็นเรียบร้อย หลังจากนั้นเขาจะแยกเราไปตามคนที่โทรเชิญเรามา แล้วเราก็จะได้พบกับอัพไลน์ใหญ่ของเราอีกต่อนึง

              จากนั้นก็เริ่มสกรีนคนตามแผนต่างๆ (ซุปเปอร์ไวเซอร์จะมีอยู่ด้วยกันประมาณ 4 แผนครับ แผนแรกจ่ายเต็ม 4000 แต้ม กว่า100000 บาท แผนต่อมา 2500 แต้ม และ 1500 แต้ม ค่าใช้จ่ายก็จะลดหลั่นกันไป) แล้วก็มีแผนพิเศษแยกต่างหาก คือพวกไม่มีตังค์ คือเปิดเป็นdistributor ราว 5000บาท (และก่อนยังไม่รวมค่าสมัครต่างหากอีก 1200 บาท) แน่นอนว่าอึ้งครับ

               ถามว่าตอนนั้นคิดว่ามันเวิร์คไหม บอกได้คำเดียวครับว่าเวิร์คมาก ในตอนนั้นคิดว่า คนอื่นทำได้ทำไมเราจะทำไม่ได้? คงมีหลายคนคิดแบบผมนะครับ ก็เลยลองดูกะมันซักตั้งนึง

และแล้วตำนานการสู้ชีวิตของไอ้เอกก็ได้เริ่มต้นขึ้น!!!

++++++++++++++++++++++

              ด้วยที่ตัวเองนั้นเป็นนักศึกษาไส้แห้ง ก็อยากจะยกฐานะตัวเองว่างั้นเหอะ (และก็มีอีกเหตุผลจากปัญหาทางบ้านอีกอย่างหนึ่ง) ไอ้เอกก็สู้ฮะ (มันไม่มีแม้กระทั่งค่าสมัคร 1200 บาท คิดเอาเหอะอย่างอื่นไม่ต้องไปคิดเลย)

            ขั้นแรก ไอ้เอกก็ตั้งเป้าหาเงินค่าสมัครก่อน อ๊ะๆๆ แต่ก่อนที่จะไปขั้นต่อไปคงสงสัยกันแล้วใช่ไหมครับว่าไอ้เอกมันได้เงินใช้เดือนเท่าไหร่ คำตอบคือเดือนละ 2000บาทถ้วนฮะ (ไม่รวมค่าห้องนะ) เดิมไอ้เอกก็มักจะโดนพ่อแม่ด่าเป็นประจำแล้วเรื่องความคิดแปลกๆ และครั้งนี้มันก็แปลกกว่าเดิม (มั้ง? ฮ่ะๆ)

             ผมคิดอยู่เสมอนะว่า เวลาของคนเรามันมีเท่ากันทุกคนคือ 24 ชั่วโมง ถ้าเราจะทำอะไรซักอย่างมันน่าจะต้องได้คุ้มค่ากับเวลาและแรงกายที่เสียไปหน่อย ทำงานเหนื่อยเหมือนกันแต่ผลตอบแทนที่ได้มันน่าจะเหมือนกันหรือดีกว่าซิ

            ด้วยคิดดังนั้นไอ้เอกก็เลย Goonger เอ๊ย Go on ทางนี้ต่อ ด้วยการ....หาเงิน1200 บาท มาเป็นค่าสมัคร แหะๆ เริ่มด้วยรับจ้างพิมพ์งาน ทำ CAI (AuthorwareกะDirectorเท่านั้นนะ Powerpoint ไอ้เอกมันทำไม่เป็น- -") รับจ้างซ่อมคอมพ์ ลงโปรแกรม ระหว่างที่หาเงินก็พาตัวเองเข้าไปออฟฟิศและอีเว้นท์ต่างๆ กลับหอตัวเองดึกดื่นตลอด เรียกได้ว่ารถกลับคลองหกไม่หมดไอ้นี่ไม่กลับกันเลยทีเดียว พวกพี่เค้าก็ถามๆ ว่าเป็นไงมั่ง บลาๆๆ แล้วก็เคยโดนMill. TEAM ด่าด้วย เขาประชุมแผนงานกันอยู่แต่ไอ้นี่อยากเจือกฟังกะเค้าด้วย (ทำก็ไม่ได้ทำกะเค้าๆ ไม่ด่าพ่อล่อแม่ก็บุญแล้วไอ้เอกเอ๊ย- -") ระหว่างนั้นก็เรียนรู้ผลิตภัณฑ์กะแผนการตลาดไปด้วย

              พอได้เงินมาแล้ว 6200 บาท (แอบสะใภ้ เอ๊ยเซอร์ไพรส์) ไอ้เอกก็บึ่งไปออฟฟิศแล้วก็ได้อาหารเสริมมานอนกอด- -"จากนั้นการทำงานจริงๆ ก็เริ่มขึ้น

================================================

...ติดตามภาค 2 เร็วๆนี้นะฮะ รับรองว่ามีเรียกน้ำตาแน่ๆ ^^

edit @ 26 Oct 2009 13:09:28 by โยไกกระปุกตั้งฉ่ายบ้านอยู่หลังเขาตัวหนึ่ง



Sho Lunez Hakai
View full profile