2008/Nov/12

พื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับผม เพราะว่าถ้าขืนปล่อยให้ช้าไปกว่าแล้วกลัวว่า tag ที่ดองเอาไว้จะเค็มเกินไป แหะๆ  

TAG [เรื่องกินและอาหารและกินอีก]

 

1.มื้อไหนที่คุณทานมากที่สุด

- กลางวันครับผม แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะเฉลี่ยเท่ากันทั้งสามมื้อนะครับ พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ให้มันบวมไปมากกว่านี้ แหะๆ แต่ถ้าวันไหนกลับบ้านแล้วแม่ทำของที่ชอบ (ซึ่งจริงๆ ก็ชอบทุกอย่างแหละฮ่ะๆ) โดยเฉพาะที่ชอบมากๆ นี่ ต้องบอกคำเดียวเลยครับว่า น้องเอกขอสอง (จาน) แหะๆ ผมคิดว่าการทำอาหารเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิงนะครับ เพราะฉะนั้นน้องๆ หนูๆ ควรหัดไว้นะจ๊ะ^^

 

2.ส่วนมากคุณกินอะไรตอนเช้า 

- ข้าวผัดเต้าหู้ครับผม ตั้งแต่ช่วงเทศกาลกินเจมาผมก็ทานมังสวิรัด (ไม่ทราบจริงๆ ว่าเขียนยังไงขออภัยด้วยครับแหะๆ) มาโดยตลอดครับ ตั้งใจไว้ว่าจะกินจนถึงวันสิ้นปีนี้

 

3.ชอบดื่มอะไรตอนเช้ามากที่สุด

- น้ำเปล่าครับ ขวดน้ำดื่มสิงห์ขวด 1.5 ลิตร ผมกินทีเดียวเกือบหมดเลยครับ มีการวิจัยมาว่ากินน้ำตอนเช้าหลังตื่นนอนเยอะๆ นี่ดีต่อร่างกายนะครับ (เขาว่ากันแบบนั้นน่ะนะ แต่โดยส่วนตัวแล้วผมก็กินแบบนี้มานานแล้วฮ่ะๆ)

 

4.ถ้าให้เลือกระหว่างเส้นหมี่ ก๊วยเตี๋ยวเส้นเล็ก/เส้นใหญ่ และบะหมี่ คุณจะเลือกอะไร

- บะหมี่เป็นคำตอบสุดท้ายค้าบ  ต้องบะหมี่เส้นเหลืองด้วยนะครับ บะหมี่หมกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่กินแล้วรสชาติมันแปลกนิดหน่อย 

5.ไข่เจียว ต้ม ดาวและตุ๋น คุณชอบอันไหนที่สุด

- จริงๆ แล้วก็ชอบหมดนะครับ แหะๆ ขึ้นอยู่กับเราวิธีการกินและความอยากมากกว่า เอาเป็นว่าบอกวิธีที่ผมชอบกันละกันฮ่ะๆ

ไข่เจียวและไข่ดาว (ไข่ดาวนี่เน้นเลยนะครับว่าไข่แดงต้องสุกเท่านั้น) ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมเป็นคนที่ทอดไข่ไม่มีการใส่น้ำปลาหรือซีอิ๊วก่อนนะครับ ชอบปรุงทีหลังมากกว่า พอทอดไข่เจียวเสร็จแล้วจะเป็นไข่เจียวไม่ใส่หรือใส่เครื่องก็แล้วแต่ ผสมซอสราดครับ

วิธีการทำซอสก็คือ เอาซอสมะเขือเทศผสมกับซอสพริกในอัตราส่วนที่เท่ากัน ใส่ซีอิ๊วเล็กน้อยจากนั้นใส่พริกไทยลงไปคนให้เข้ากันแล้วก็นำซอสมาราดบนไข่เจียว ซอสมันจะหนืดๆ เข้มข้นเพราะว่าซอสทั้งซอสมะเขือเทศกับซอสพริกนี่แหละครับ ก็จะมีทั้งความเปรี้ยว ความหวาน จากซอสมะเขือเทศ ความเผ็ดร้อนของซอสพริกและพริกไทย บวกด้วยความหอมและความเค็มจากซีอิ๊ว (แนะนำว่าไม่ควรใส่ซีอิ๊วเยอะนะครับเพราะพวกซอสก็จะมีรสชาติเข็มนิดๆ ในตัวมันเองอยู่แล้ว) 

ไข่ต้ม ใช้ช้อนสับให้เป็นสิ้นเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ นะครับ แล้วก็ด้วยซอสถั่วเหลืองยี่ห้ออะไรก็ได้เท่าที่หาได้ตอนนั้น แค่นี้ก็อร่อยซุโก้ยแล้วครับ ถ้ายิ่งมาพร้อมคอมโบเซ็ทอย่าง ปลาทูทอด, ผัดฝักทอง หรือผัดมะละกอนี่ไม่ต้องพูดถึงครับสุดยอด...แม่ผมทำอร่อยอิอิ

ไข่ตุ๋น ถ้าใส่หมูสับหน่อย หอมแดงนิด ผักชีหน่อย นี่สุดยอดเลยครับ เวลากินก็ตักมาคำนึงแล้วก็ราดซอสถั่วเหลือง, ซอสมะเขือเทศ หรือซอสพริกนี่ก็สุดยอดมากเลยครับ

ปล.น่าจะมีไข่น้ำแถมมาด้วยนะครับนี่ แม่แก่ (จริงๆก็คือทวดแหละครับแต่บ้านผมเรียกกันแบบนี้) กับยายผมทำอร่อยมากเลย แล้วก็แถมท้ายเวลาหน้ามะม่วงนะครับ ตอนเด็กๆ ผมชอบไปกินกับเตี่ย (ทวดน่ะแหละครับแต่บ้านผมเรียกกันแบบนั้นแหะๆ) เตี่ยผมจะกินข้าวกับมะม่วงสุกครับ เวลากินก็นำมะม่วงสุกไปล้างน้ำให้สะอาดผ่าออกตามแนวยาวทั้งเปลือกนะครับ แล้วก็เอาช้อนตักมะม่วงกินกับข้าว แค่นี้ก็อร่อยได้แล้วครับ 

6.อาหารจำพวกแกงที่คุณชอบที่สุดคืออะไร

- แกงจืดเตาลึงเต้าหู้อ่อน หมูปั้นครับ แม่ผมทำได้ซุโก้ยมากๆ แต่ถ้าตอนนี้ก็ต้องใส่ผักกาดขาว กะหล่ำปลี และสาหร่ายตามไปด้วย

แล้วก็อีกอย่างก็คือต้มจับฉ่ายครับ อันนี้ถือเป็นสุดยอดของสุดยอดอาหารแกง ยิ่งเคี่ยวนานยิ่งผักเปื่อยยิ่งอร่อยนะครับ แต่ว่าเวลากินต้มจับฉ่ายให้ได้ประโยชน์นั้น คุณควรกินน้ำต้มมันด้วยนะครับ เพราะว่าถ้าเรากินแต่ผัก เราจะได้แค่กากอาหารที่ช่วยให้เราขับถ่ายง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะว่าพวกสารอาหารมันไปอยู่ในน้ำซุปหมดแล้วนั่นเอง เพราะฉะนั้นอยากกินให้อร่อยต้องได้ประโยชน์ด้วยนะครับ ;)

ข้อควรระวัง ห้ามนำน้ำต้มจับฉ่ายไปทำเป็นน้ำสต็อกผสมในอาหารที่ต้องเคี่ยวเด็ดขาด แม้ดูแล้วน่าจะอร่อยและได้สารอาหารก็ตาม...แต่คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า!!! ยิ่งเคี่ยวมากรสชาติก็ยิ่งเข้มข้นมากแล้วถ้าเรานำไปเป็นส่วนประกอบในอาหารที่ต้องเคี่ยวให้น้ำแห้ง ระวังครับ!! เค็มนรกเลย ผมเจอมาแล้ว!!

ผมเอาเป็นน้ำสต็อกมาม่าครับ คือว่าผมจะไม่ทำมาม่าผัดกินอ่ะครับ เวลาอยากกินฟีลแบบมาม่าผัดเนี่ย ก็จะใช้วิธีใส่น้ำให้น้อยแล้วก็นำเส้นลงไปต้มด้วย ต้องกะน้ำให้พอดีนะครับ เวลาต้มเนี่ยอย่าลืมเอาตะเกียบหรือส้อมคอยแกว่งๆ ให้เส้นมาม่าของเราสยายออกด้วยนะครับเส้นมันจะนิ่มสุกทั่วถึงพอดีแล้วก็สวยด้วยครับ อย่าลืมว่าเราใส่น้ำน้อยนะครับ

ต้องคำนึงถึง ผัก เนื้อสัตว์และไข่ที่ใส่ด้วย ถ้าเนื้อสัตว์เราหั่นชิ้นใหญ่ไปหรือใช้ผักที่สุกยากหรือบางวันอยากได้ผักแต่ลวกให้พอสลดน้ำก็ต้องกะเวลาตอนใส่ผักให้ดีนะครับถ้าสุกเกินไปก็จะไม่อร่อย หรือถ้าผักสุกง่ายก็ใช้วิธีเดียวกันครับ ผมจะกะให้ทุกอย่างสุกแล้วเนี่ยจะเหลือน้ำเพียงนิดเดียวเพื่อผสมกับเครื่องปรุงที่จะใส่ต่อไปครับ

พอเราเคี่ยวใกล้สุกแล้วใช่ไหมครับ เราก็ใส่เครื่องปรุงรส ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ ซอสถั่วเหลืองและพริกไทยลงไปเคี่ยวพอให้ซอสซึมเข้าไปในเสื้อและเนื้อสัตว์ก็เป็นอันใช้ได้ครับ

แต่อ๊ะๆ ยังกินไม่ได้นะครับคุณลืมอะไรไปหรือเปล่า ใช่แล้วในขั้นตอนการแต่งจานเพื่อนยกเสิร์ฟนั่นเอง ให้หาจานใบใหญ่แบบก้นตื้นนะครับ เวลาตกแต่งก็ให้ใช้ผักที่เราชอบมาวางเรียงๆ กันให้สวยงาม ถ้าเป็นผม ผมก็จะใช้ผักกาดขาว หรือกะหล่ำปลีมารองพื้นจานไว้ครับให้เลือกใบใหญ่ๆ ทั้งใบเลยนะครับ

ถ้าเป็นผักกาดขาวก็อย่าเด็ดตรงส่วนแข็งที่เลยใบน่ะครับ (ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดี- -) เวลาแต่งให้เอามาวางไว้กลางจานแล้วส่วนที่ขาวๆ แข็งๆ ที่เลยใบไปนั้นก็ให้พลิกกลับแล้วก็ไขว้เอามาซ่อนไว้ใต้ใบมันนะครับก็จะดูสวยขึ้นแถมไม่ต้องทิ้งให้เสียของด้วยครับ ส่วนกะหล่ำปลีใบมันจะงองุ้มใช่ไหมครับก็ง่ายเลยเอามาทั้งแบบนั้นเลยครับ

จากนั้นก็เตรียมผักแกล้มที่หลากสีครับเพื่อความสวยงาม ไม่ว่าชอบผักอะไรก็เอามาใส่ได้ทั้งนั้นแหละครับไปเปิดตู้เย็นดูในช่องแช่ผักเห็นผักอะไรก็เอามาอย่างละนิดละหน่อยครับ ของแบบนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดผักเลยขึ้นอยู่กับการแต่งยังไงให้สวยมากกว่าครับ แต่ว่ายังไม่ต้องแต่งตอนนี้นะครับให้นำมาม่ามาวางบนผักที่แต่งผักที่จะรองพื้นแล้วครับ ถ้าแต่งด้วยผักใบตรงอย่างผักกาดที่ผมยกตัวอย่างไว้ก็ให้ตักมาม่าของเรา (เอามาเฉพาะเส้นกับผักชิ้นเล็กๆ ที่ติดมาด้วยนะครับ ส่วนเนื้อสัตว์ที่ใส่และผักชิ้นใหญ่ๆ ปล่อยมันอยู่ในหม้อหรือกระทะที่ต้มก่อนนะครับ) มาจัดเรียงให้เป็นเนินเตี้ยๆ ถ้าผักที่ใบโค้งอย่างกะหล่ำปลีก็ต้องทำเป็นยอดสุงหน่อยครับ

ส่วนวิธีการทำให้ใช้ตะเกียบหรือส้อมม้วนๆ เส้นมาม่าของเราพันให้เป็นก้อนนะครับไม่ต้องหมดภายในทีเดียวก็ได้แล้วก็นำมาวางบนจานที่เตรียมไว้ ผมเคยดูจากรายการทำอาหารครับ (วันนั้นเขาทำสปาเกตตี้) เขาบอกว่าวิธีเสิร์ฟสปาเกตตี้ที่ทำนั้นให้เอาส้อมพันเส้นสปาเกตตี้แล้วนำใส่จานจากนั้นให้หมุนให้รวมเป็นก้อนๆ แล้วก็ค่อยๆ จัดให้ดูสวยเพราะจะทำให้ดูมีปริมาณเพิ่มขึ้นและสวยงามเหมาะที่จะใช้ในการค้าขายน่ะครับ แต่ของเราเป็นมาม่าก็มาประยุกต์ใช้กันไป

กลับมาที่พวกเนื้อสัตว์และผักที่เราปล่อยไว้ในหม้อหรือกระทะครับ มันจะมีลักษณะเหมือนกันซอสครับ ให้ตักมาราดบนเส้นครับ แต่ถ้าเนื้อสัตว์กับผักที่เราใส่นั้นชิ้นใหญ่เกินไปให้แยกไว้ทีหลังแล้วค่อยมาจัดเรียงจะดีกว่าครับ ให้นำเนื้อสัตว์รวมถึงผักที่เราต้มไปพร้อมมาม่าและผักที่จะเป็นเครื่องเคียงมาจัดเรียงครับ

จัดให้มันคละสีกันจะได้ดูสวยขึ้นครับ หรือจะเรียงพวกเนื้อสัตว์และผักก่อนก็ได้แล้วตักซอสใส่ถ้วยแยกไว้ก็ได้ครับได้อรรถรสไปอีกแบบ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเองครับ ก็สามารถอร่อยได้แล้ว

อ้อควรกินผักที่ใช้รองจานและผักแกล้มให้หมดนะครับ ของมีประโยชน์ทั้งนั้นจะทิ้งทำไมให้เสียของ จริงไหมครับ

แถมท้ายอีกนิด ใครอยากได้ฟีลลิ่งประมาณกินอาหารญี่ปุ่นเวลาจะใส่ไข่มีเคล็ดนิดนึงครับพอน้ำที่ใช้เคี่ยวใกล้จะหมดแล้วให้เราตอดไข่ลงไปครับ แล้วรีบคนไข่กับเส้นพร้อมกัน ไข่ก็จะไปจับที่เส้นมาม่าของเราดูสวยไปอีกแบบ ไข่จะไม่สุกมาก เวลากินก็จะได้อีกฟิลลิ่งนึงครับ

ปล.1 จะใช้เส้นอะไรก็แล้วแต่จ้าไม่จำเป็นต้องใช้เส้นมาม่า เรียกได้ว่ากินกันตามมีตามเกิดก็ว่าได้

ปล.2 หากผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือผลิตเส้นรายใดก็ตามต้องการให้ผมใช้เส้นของท่านกรุณาโอนเงินเข้าบัญชีผมแล้วส่งเมลล์พร้อมแนบสลิปมาด้วย และบอกว่าต้องการให้ผมใช้เส้นของท่าน ผมก็จะเจาะจงไปเลยครับว่าต้องใช้เส้นนี้เท่านั้นรสนี้เท่านั้นนะ ใช้เส้นอื่นไม่ได้ แน่นอนว่ารวมถึงผู้ผลิตเครื่องปรุงและวัตถุดิบอื่นๆ ด้วยนะครับ ฮี่ๆ

ปล.3 จากเรื่องแกงนอกเรื่องมาเรื่องนี้ได้ไงวะ- - 

7.อาหารจำพวกเค้กที่คุณชอบที่สุดคืออะไร

- ต้องขอโทษด้วยครับ ผมเป็นคนไม่ชอบพวกของหวานๆ อย่างเค้ก- - แต่ว่าผมไม่รู้เหมือนกันว่านี่จะเรียกว่าเค้กได้หรือเปล่า (แต่เห็นชื่อเรียกเป็นเค้กนี่นะ- -) บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก (เอ๊ะหรือเรียกว่า สตอเบอร์รี่ชีสเค้กหว่า จำชื่อผิดของอภัยด้วยครับแหะๆ)

คือยอมรับอย่างหนึ่งครับว่าผมเนี่ยมักจะอคติกับขนมที่ชื่อเรียกว่า ชีสเค้กมาก ผมเคยกินชีสเค้กแล้วความรู้สึกรสชาติ เหมือนขนมไข่มากๆ กินที่เจ้าๆ ก็ยืนยันคำเดิม ผมเลยรู้สึกว่า มันก็ขนมไข่บ้านเรานี่หล่ะว๊า ทำไมต้องไปเปลืองตังกินของนอกด้วยแพงก็แพง (ยอมรับครับว่าคิดงั้นจริงๆ เมื่อเร็วๆ นี้ไปกินไอติมที่เคเอฟซีและสเวนเซ่นแล้วมีชีสเค้กด้วยพอกินเข้าไปก็ยืนยันคำเดิมครับ ขนมไข่ชัดๆ )

พอหมิงบอกว่าจะทำบลูเบอร์รี่ชีสเค้กให้ผมกิน คำแรกที่หลุดออกจากปากไปคือ

หาขนมไข่เนี่ยนะ ไม่เอาอ่ะไม่อยากกิน จากเสียงสดใสกลายเป็นเสียงซึ่งบอกได้ทันทีว่าหน้าบูดแค่ไหนฮ่ะๆ

คือจริงๆ อ่ะ ผมดีใจจะตายที่ทำให้กิน แต่เพราะความปากหมาของผมก็เลยทะเลาะกัน- - แล้วก็กลายเป็นว่าพูดกันคนละเรื่องเลย

ทำไมชอบทำขนมนอกให้กินจัง ทำขนมไทยเป็นหรือเปล่า อยากกินขนมไทย เป็นคนไทยเสียเปล่าของไทยก็ทำไม่เป็น ฉันยังทำขนมกล้วยเป็นเลย

ก็ทำไม่เป็นนี่ทำเป็นแต่แบบนี้

งั้นก็ไม่ต้องทำไม่อยากกิน

ก็อยากทำให้กินอ่ะ

ก็ไม่อยากกินอ่ะ

แล้วอยากกินอะไรอ่ะ

ขนมชั้น ทำเป็นไหมหล่ะ

ไม่เป็นอ่ะ

งั้นก็ไม่ต้องทำหรอก ถึงทำมาก็ไม่กิน เสียดายของเปล่าๆ

 

เนื้อหาที่ทะเลาะกันก็ประมาณนี้แหละครับ แต่ผมขอตัดจบแค่นี้ละกันนะครับ รู้สึกอายตัวเองชอบกลแหะๆ

กว่า